วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

อุปกรณ์ที่ใช้ในสำนักงานอัตโนมัติ


คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์สำคัญของการทำงานในสำนักงานอัตโนมัติอย่างหนึ่งซึ่งคอมพิวเตอร์นี้จะอำนวยความสะดวกในการทำงานในสำนักงานต่าง ๆ เช่น งานด้านเอกสาร การเก็บรวบรวมข้อมูลข่าวสารต่าง ๆการติดต่อสื่อสาร และอื่น ๆผ่าน Software ที่ใช้งานร่วมกันกับเครื่องคอมพิวเตอร




LanCard เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกัน ระหว่างเครื่องคอม พิวเตอร์ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมี LanCardเพื่อให้สา มารถติดต่อกันได้โดยจะใช้ร่วมกันกับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น สายเคเบิลHub/Switching เป็นต้น





Modem เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงสัญญานโทรศัพท์ ให้สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องคอมพิว เตอร์ ได้ Modem นี้จะนำมาใช้งานกับเครื่องแม่ข่าย หรือ Server ก็ต่อเมื่อระบบต้องการใช้ Internet ในการติดต่อสื่อสาร และหาข้อมูลก็จะนำมาใช้งานร่วมกับSwitchingLanCardสายเคเบิลซึ่งจะทำให้เครื่องลูกข่ายสามารถใช้งาน Internet ได้เช่นเดียวกับเครื่อง แม่ข่าย หรือ Server




Software เป็นสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ปัจจุบันมี Software ใหม่ ๆ ที่จะคอยช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานของระบบสำนักงานอัตโนมัติ เช่น ระบบปฏิบัติการ Windows Linux NT เป็นต้นซึ่งจะมี Software ที่สามารถทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการของแต่ละชนิดได้เช่น ระบบปฏิบัติการ Windows จะมีชุด Microsoft Office ที่จะคอยอำนวยความสะดวกในการทำงานด้านต่าง ๆ ของสำนักงาน เป็นต้น




Switching/Hub เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อต่อกันระหว่าง สายเคเบิลที่พ่วงต่อกับLanCard ของเครื่องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เพื่อรวมกันเป็นชุดเพื่อให้สะดวกและง่ายต่อการใช้งาน ขนาดของ Switching/Hub มีหลากหลายขนาดด้วยกันแล้วแต่ว่าจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานในระบบมากน้อยเพียงได และต้องการใช้ความเร็วในการประมวลผลของระบบเท่าไร ก็สามารถกำหนดตามความต้องการได้


สายโคแอกเชียล สายคู่ตีเกลียวไม่มีหุ้มฉนวน สายคู่ตีเกลียวหุ้มฉนวนสายเคเบิลเป็นสื่อส่งข้อมูลที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน ลักษณะทั่วไปเป็นสายทองแดง อาจมีหรือไม่มีฉนวนหุ้ม ขึ้นอยู่กับชนิดของสายเคเบิล สายเคเบิลที่นิยมใช้กันมีอยู่ 3 ประเภท คือ



1. สายโคแอกเชียล (Coaxial)

2. สายคู่ตีเกลียวไม่มีหุ้มฉนวน (Unshielded twisted pair - UTP)


3. สายคู่ตีเกลียวหุ้มฉนวน (Shielded twisted pair - STP





ข้อดีและข้อจำกัดในสำนักงานอัตโนมัติ

ระบบการทำงานในสำนักงานต่าง ๆ ที่ประกอบไปด้วยเครื่องมือที่ใช้ในสำนักงานนั้นมักจะมีข้อจำกัดในการทำงานแทบทั้งสิ้น ในระบบสำนักงานอัตโนมัตินี้ก็เช่นกัน ก็มีข้อดีและ ข้อจำกัดการทำงานเช่นกัน ซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้
ข้อดี
1. สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับการทำงานแบบเดิมที่ยังไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้
2. ผู้จัดการสามารถตรวจสอบการทำงานของแผนกต่าง ๆ ได้โดยตรง
3. ทุกแผนกสามารถติดต่อกัน และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้สะดวก
4. สามารถใช้อุปกรณ์สำนักงานร่วมกันได้ เช่น เครื่องพิมพ์ เป็นต้น
5. เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย

ข้อจำกัดการทำงาน

1. ต้องใช้งบประมาณมากในตอนแรก แต่จะประหยัดในอนาคต
2. ต้องใช้บุคลากรที่สามารถใช้งานเตรื่องคอมพิวเตอร์ หรือต้องมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์3. ไม่สามารถใช้ระบบสำนักงานอัตโนมัตินี้ได้ ถ้าอยู่ในที่ชนบทไม่มีไฟ้าใช้

รายละเอียดการใช้งานสำนักงานอัตโนมัติ
ในระบบสำนักงานอัตโนมัติ ต้องเริ่มต้นจากการวางระบบการทำงานต่าง ๆ ของสำนักงานแล้วทำการประมวลผล ออกแบบระบบของสำนักงานด้วยการให้นักวิเคราะห์ออกแบบระบบของบริษัทเพื่อให้ง่าย และ สะดวกต่อการทำงานในอนาคต เมื่อทำการวิเคราะห์ระบบเรียบร้อยแล้วก็จะทำการวางระบบด้านต่าง ๆ ทั้งทางด้าน Hardware Shoftware และทำการอบรมบุคลากรในบริษัทเพื่อ ให้สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์สำนักงานใหม่ได้




วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

หลักการพิจารณาการตัดสินใจนำระบบสำนักงานอัตโนมัติเข้ามาใช้


การตัดสินใจนำระบบสำนักงานอัตโนมัติมาใช้


1.ผู้ขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ บริษัทที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์สำนักงานอัตโนมัติ มักจะให้บริการด้านการให้คำปรึกษาหรือเป็นผู้จัดตั้งระบบโดยไม่คิดมูลค่า เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของแต่ละสำนักงาน ในการเปลี่ยนจากสำนักงานธรรมดาเป็นสำนักงานอัตโนมัติ แต่มักจะพบว่าบริษัทผู้ขายพยายามยัดเยียดการขายมากเกินไป ทั้งที่บางครั้งอุปกรณ์บางอย่างไม่จำเป็นต้องใช้ และอาจไม่ยอมแถลงถึงคุณสมบัติที่ดีกว่าของคู่แข่งขัน หรืออาจบีบบังคับให้ลูกค้าตกลงทำสัญญาซื้อผลิตภัณฑ์ก่อนที่จะได้ทำการวิจัยว่าเหมาะสมแลวหรือยัง

2.ทีมงานเฉพาะกิจของบริษัท บริษัทที่ต้องการมีสำนักงานอัตโนมัติอาจจัดตั้งทีมงานขึ้นมาเองเพื่อทำการวิจัยด้านนี้โดยเฉพาะและคววรมีพนัก งานที่มีความชำนาญด้านการจัดการข้อมูล เข้าทาร่วมด้วยเพราะมีคงามคุ้นเคยกับระบบจัดการข้อมูลในปัจจุบัน จะได้ตระหนักถึงส่วนดีส่วนเสียเมื่อจะต้องเปลี่ยนแปลงเป็นระบบใหม่

3.ที่ปรึกษา บางบริษัทไม่มีพนักงานที่มีความชำนาญพอที่จะจัดตั้งทีมงานขึ้นเองได้ก็จะต้องอาศัยที่ปรึกษาภายนอกบริษัทซึ่งควรเป็นบุคคลหรือกลุ่มที่เชี่ยวชาญด้านสำนักงานอัตโนมัติเป็นพิเศษ

4.ทีมงานเฉพาะกิจร่วมกับที่ปรึกษา เป็นการจับมือกันระหว่างบุคคลภายใน และภายนอกบริษัทเพราะทีมงานในบริษัทย่อมรู้ซึ้งและให้ข้อมูลของบริษัทในขณะที่ที่ปรึกษา มีความรู้เป็นอย่างดีในการจัดระบบจะสามารถพิจารณาทุกแง่ทุกมุมของปัญหาได้โดยปราศจากอคติ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมากที่สุด เพราะรู้ว่าบริษัทพร้อมหรือยัง


ปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนการเปลี่ยนแปลงระบบสำนักงาน มีดังนี้
1. การจัดการเอกสารในสำนักงาน พิจารณาถึงข้อมูลในด้านต่าง ๆ ดังนี้
- ปริมาณงานที่พิมพ์มีมากน้อยเพียงใด และความยาวของเนื้อหา
- เวลาที่ใช้ในการพิมพ์เอกสาร เวลาที่ต้องการให้เอกสารเสร็จ
- ปริมาณเอกสารมีมากน้อยเพียงใด และเอกสารที่ต้องใช้ทำสำเนามีมากหรือไม่
- ระดับคุณภาพและความสวยงามของเอกสารที่พิมพ์
- ปริมาณเอกสารที่ผิดพลาด และจะต้องถูกแก้ไข
- ปริมาณงานที่สามารถใช้คอมพิวเตอร์เข้าช่วยได้มากแค่ไหน
- จำนวนพนักงานที่ผลิตเอกสารและค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน
- จำนวนความสึกหรอของอุปกรณ์ที่ใช้เยวกับเอกสาร

2. การวิเคราะห์ระบบสำนักงานทั้งระบบ พิจารณาสิ่งต่อไปนี้
- พิจารณาโครงสร้างของระบบสำนักงาน ว่าที่ใช้อยู่นั้นดีหรือยัง
- พิจารณาผังของสำนักงาน ว่ามีการเคลื่อนไหวของข้อมูลอย่างไร
- พิจารณาหน้าที่ของอุปกรณ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
- พิจารณาของแบบฟอร์มที่ใช้วิเคราะห์
- พิจารณาหน้าที่ของงานแต่ละอย่าง เพื่อทราบการทำงานรายละเอียดของงานทั้งหมด