วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551

อะโวคาโด (Avocado)

อะโวคาโด (Avocado)


อะโวคาโด (Avocado) เป็นผลไม้ที่ปลูกมากในอเมริกา ซื้อกันได้ไม่ยากตามซุปเปอร์มาเก็ตชั้นนำทั่วไป ผลของอะโวคาโดอุดมสมบูรณ์ไปด้วยวิตามินต่างๆ ทั้งวิตามินเอ ดี และอี แร่ธาตุต่างๆเช่นโปแตสเซียมและ ซัลเฟอร์ และน้ำมันจากธรรมชาติ
อะโวคาโดเหมาะอย่างยิ่งกับการนำมาเสริมความงามให้กับเรือนผม และใบหน้า เพราะเนื้ออะโวคาโดจะแทรกซึมสู่เส้นผมและผิวหนังได้เป็นอย่างเป็นดี ถ้าเป็น อะโวคาโดสายพันธุ์จากแคลิฟอร์เนีย (California Avocados) จะดีที่สุด เพราะความอุดมสมบูรณ์และความเข้มข้นของน้ำมันที่มีมากกว่าพันธุ์อื่นๆ


ตำรับเครื่องสำอางจากผลอะโวคาโด


- Avocado Facial Cleanser

ส่วนผสม : ไข่แดง 1 ฟอง นม 1/2 ถ้วย เนื้ออะโวคาโดบดละเอียด 1/2 ลูก
นำไข่แดงมาตีให้เข้ากันจนเป็นฟองแล้วเติมนมและเนื้ออะโวคาโดตามลำดับ ตีให้ส่วนผสมเข้ากันด้วย ส้อมจนกลายเป็นเนื้อครีมบางๆคล้ายโลชั่น หลังจากนั้นใช้สำลีแผ่นชุบแล้วเช็ดหน้าให้ทั่วเหมือนที่คุณใช้กับ เคลนเซอร์ทั่วไป สามารถใช้ส่วนผสมนี้หลังจากการล้างหน้าแบบปกติที่ทำอยู่ประจำด้วยสบู่หรือน้ำ ถ้าคุณเป็นคน มีผิวหน้าธรรมดา สูตรนี้จะช่วยให้ผิวหน้าของคุณปราศจากสิ่งสกปรกต่างๆเป็นอย่างดี เพราะจะเหมาะอย่างยิ่งใน การต่อต้านสิ่งสกปรกและละอองฝุ่นที่แอบเกาะติดมาบนในหน้าของคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัว

- Dry Skin Masque สำหรับผิวหน้าแห้ง

ส่วนผสม : ไข่แดง 1 ฟอง และเนื้ออะโวคาโดบดละเอียด 1/2 ลูก
นำไข่แดงมาตีให้เข้ากันจนเป็นฟองและตามด้วยการเติมเนื้ออะโวคาโด คนส่วนผสมให้เข้ากัน (ถ้ามีเครื่องปั่นก็สามารถใช้ได้) หลังจากมีใบหน้าที่สะอาดหมดจดแล้วก็นำส่วนผสมทั้งหมดมาพอกหน้าพอกคอ ให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที เมื่อครบเวลาให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่น เช็ดด้วยผ้าแห้งและล้างหน้าด้วย น้ำเย็น ผลที่ได้ก็คือผิวหน้าที่เรียบเนียนขึ้นและการมีใบหน้าที่ดูดีมีชีวิตชีวาขึ้น





- Oily Skin Masque สำหรับผิวหน้ามัน

ส่วนผสม : ไข่ขาว 1 ลูก น้ำมะนาว 1 ช้อนชา และเนื้ออะโวคาโด 1/2 ลูก
นำส่วนผสมทั้งหมดมารวมกันในเครื่องปั่น ปั่นจนเนื้อเข้ากัน 2 วินามีก็จะได้ส่วนผสมสีเขียวที่ งดงามน่านำมาพอกหน้ายิ่งนัก นำส่วนผสมทั้งหมดที่ได้มาพอกใบหน้าและลำคอที่สะอาด ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ เช็ดด้วยผ้าแห้ง เท่านี้ใบหน้าที่ปราศจากความมัน



- Avocado Moisturizer

หลังจากขั้นตอนการชำระล้างใบหน้าให้สะอาดและพอกหน้าให้สดใสแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทามอยสเจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) โดยการใช้เปลือกอะโวคาโดแกะเอาเนื้อไปแล้วอย่าทิ้งเปลือกไปด้วยเพราะ เปลือกจะอุดมด้วยน้ำมันอันทรงคุณค่าอยู่ภายในนั้นมีประโยชน์มากไม่น้อยไปกว่าเนื้ออะโวคาโดเลย เพราะน้ำมันในเปลือกที่มีสารห่อหุ้มความชุ่มชื้นอยู่อย่างเต็มเปี่ยมจะช่วยให้ผิวหน้ารู้สึกถึงสดชื่น เพียงนำเปลือกอะโวคาโดมาถูบนใบหน้าในแนวขึ้นและนวดหน้าด้วยเปลือกอย่างแผ่วเบา ทิ้งให้น้ำมันซึมซาบสู่ใต้ผิวประมาณ 15 นาที หากทำก่อนนอนก็สามารถทิ้งไว้อย่างนั้นไปได้ทั้งคืนโดยไม่ต้องล้าง ออก แต่ถ้าต้องไปนอกบ้านพร้อมการแต่งหน้า แค่ล้างหน้า3-4 ครั้งด้วยน้ำอุ่น แล้วเช็ดหน้าให้แห้ง แล้วก็แต่งหน้าได้ตามปกติ




- Eye Treatment

อะโวคาโดมีประสิทธิภาพที่จะทำให้รอยหมองคล้ำต่างๆเจือจางไปได้โดยปลอกเปลือก เอาเมล็ดออกและเฉือนเนื้ออะโวคาโดให้เป็นรูปเหมือนดวงจันทร์เสี้ยว 2-3 ชิ้นต่อ ดวงตาแต่ละข้าง นำมาแปะไว้ที่ดวงตา 20 นาที ก็ทำให้ดวงตาไร้รอยช้ำ และรอยหมองคล้ำจางลงได้

ข้อมูลอ้างอิง http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_cosmetic/applications/pics/new/news1/avocado.htm

วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2551

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาการสื่อสารและโทรคมนาคม




การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาการสื่อสารและโทรคมนาคม

การประยุกต์ใช้ในงานประเภทนี้ ได้แก่ การบริการโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ วิทยุ โทรทัศน์ เคเบิลทีวี การค้นคืนสารสนเทศระบบออนไลน์ ดาวเทียม และโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล (ISDN) เป็นต้น ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึงเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการสื่อสารข้อมูล และโทรคมนาคมที่น่าสนใจ ได้แก่เทคโนโลยีต่างๆ ดังนี้

ดาวเทียม (Satellite) เป็นสิ่งที่มนุษย์เป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้น แล้วส่งไปโคจรรอบโลก รอบดาวเคราะห์ต่างๆ ดาวฤกษ์ต่างๆ หรือเพื่อให้ท่องเที่ยวไปในอวกาศและจักรวาลตามวิถีที่ได้มีการกำหนดไว้ก่อน ดาวเทียม จำแนกได้หลายประเภทซึ่งขึ้นกับลักษณะการใช้งานเช่น ดาวเทียมวิทยาศาสตร์ (Scientific Satellite) ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในงานค้นคว้าวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ ดาวเทียมการทหาร (Military Satellite) แบ่งเป็นประเภทย่อยได้ เช่น ดาวเทียมจารกรรม ดาวเทียมเตือนภัยล่วงหน้า ดาวเทียมต่อต้านจรวด และดาวเทียมจู่โจมหรือระดมยิง เป็นต้น ดาวเทียมนำทาง (Navigational Satellite) ดาวเทียมประเภทนี้ใช้ประโยชน์มากในเรือดำน้ำ การวางแผนเส้นทางเดินเรือและเส้นทางการบิน ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรบนผิวโลกและในมหาสมุทร (Earth and Ocean Resources Satellite) มีจุดประสงค์เพื่อใช้ศึกษาธรณีวิทยา พืชพรรณ ตลอดจนมหาสมุทร และดาวเทียมโทรคมนาคม (Telecommunication Satellite) ใช้ในกิจการการสื่อสารในระดับโลก ระดับภูมิภาคและระดับประเทศ



ตัวอย่างการนำดาวเทียมมาประยุกต์ใช้ในระบบ GPS เพื่อระบุตำแหน่งพิกัดทางภูมิศาสตร์ อำนวยความสะดวกด้านโทรคมนาคม (www.aso.com, www.pocketpcmaq.com )

โครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล (Integrated Service Digital Netwonk- ISDN) ระบบ ISDN หรือที่เรียกว่า Integrated Service Digital Netwonk ซึ่งเป็นระบบที่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย นำมาใช้เพื่อให้บริการส่งข้อมูลในลักษณะโครงข่าย ISDN โดยเป็นโครงข่ายโทรคมนคมความเร็วสูงในระบบดิจิทัลที่สามารถส่งทั้งสัญญาณ เสียง และข้อมูลต่างๆ ร่วมไปในสายเส้นเดียวกัน และสามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายโทรศัพท์ในปัจจุบัน (PSTN) รวมทั้งการเชื่อมต่อกับโครงข่ายส่วนบุคคลอื่น (Private Network) เพื่อติดต่อกับผู้ใช้บริการรายอื่นได้ทั่วประเทศ

เนื่องจากระบบ ISDN เป็นแบบดิจิทัลทั้งหมด ตลอดปลายทาง ไม่ต้องมีการแปลงสัญญาณ ทำให้ความเพี้ยนของสัญญาณมีน้อยมาก ตลอดจนสิ่งรบกวน(Noise) ก็จะลดน้อยลงด้วยทำให้ข้อมูลข่าวสารที่รับส่งในโครงข่าย ISDN มีความถูกต้อง ไว้วางใจได้สูงกว่าระบบเดิม ความเร็วในการรับส่ง 64 Kbps ต่อวงจร ทำให้สามารถรับส่งสัญญาณเสียง ข้อมูล ภาพ ตัวอักษร ในปริมาณมากและรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม

สำหรับการบริการของระบบ ISDN ในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นนอกจากการส่งข้อมูลเสียงแล้ว ยังบริการข้อมูลอื่นๆ อีก อาทิ ระบบโทรศัพท์แบบใหม่ซึ่งสามารถแสดงหมายเลขโทรศัพท์ ชื่อ ตลอดจนที่อยู่ของผู้ที่เรียกมา และระบบโทรศัพท์ที่สามารถเชื่อมโยงกับคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถแสดงข้อมูลของผู้ที่เรียกเข้ามาได้ นอกจากนี้ระบบ ISDN ยังช่วยให้มีการติดต่อเพื่อพูดคุยพร้อมกันหลายๆ สายได้ อีกทั้งมีระบบไปรษณีย์เสียง (voice mail) กล่าวคือ หากผู้ที่โทรเรียกไปพบว่าสายไม่ว่างหรือไม่มีผู้รับก็อาจจะทิ้งข้อความไว้ และเมื่อผู้รับเข้าสู่ระบบ ข้อความที่ฝากไว้ก็จะถูกถ่ายทอดให้แก่ผู้นั้นได้ทันที นอกจากนี้ยังมีการบริการให้แก่โรงแรมต่างๆ ในการปลุกผู้เข้าพักโดยอัตโนมัติอีกด้วย

โทรสาร (Facsimile) โทรสารหรือแฟ็กซ์ (Fax) เป็นวิวัฒนาการด้านอุปกรณ์การสื่อสารข้อมูล ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อส่งผ่านสารสนเทศจากต้นแหล่งไปยังผู้รับปลายทาง โดยใช้ความเร็วในการส่งข้อมูลสูง ระบบการทำงานของเครื่องโทรสารเป็นกระบวนการที่เครื่องส่งฉายแสงไปที่เอกสาร รูปถ่าย ภาพเขียน หรือสัญลักษณ์ต่างๆ อันเป็นต้นฉบับ เพื่อเปลี่ยนภาพหรืออักษรเป็นสัญญาณไฟฟ้า แล้วส่งไปตามช่องทางคมนาคมต่างๆ อาทิ ไมโครเวฟ สายโทรศัพท์ เครื่องส่งวิทยุ เมื่อเครื่องรับปลายทางได้รับสัญญาณดังกล่าว ก็จะเปลี่ยนสัญญาณนั้นให้ปรากฏเป็นภาพหรือข้อความตรงตามต้นฉบับ

โทรภาพสาร (Teletext) โทรภาพสารหรือเทเลเท็กซ์เป็นระบบรับ-ส่งสารสนเทศผ่านคลื่นวิทยุโทรทัศน์ ส่งออกอากาศได้ในเวลาเดียวกันกับที่มีการออกอากาศรายการโทรทัศน์ตามปรกติ สารสนเทศจะถูกส่งออกอากาศเป็นหน้าๆ เหมือนหน้าหนังสือทั่วไป ผู้ชมสามารถใช้การควบคุมระยะไกล (Remote Control) เรียกสารสนเทศนั้นออกมาดูได้ตามต้องการ หรือเลือกดูเฉพาะข้อความที่ต้องการและหยุดดูได้นานตามต้องการ ไม่ต้องรอดูตั้งแต่หน้าแรก และยังสามารถรับชมรายการโทรทัศน์ได้ตามปกติ ผู้ที่มีเครื่องรับธรรมดาจะรับสารสนเทศทางเทเลเท็กซ์ได้ด้วยการติดตั้งแผ่นวงจรพิเศษ กับเครื่องรับโทรทัศน์

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic mail : E-mail) ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นทางเลือกขั้นต้น ในการให้บริการจดหมายทางไปรษณีย์โดยอัตโนมัติ แนวความคิดเกี่ยวกับไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ครอบคลุมถึงเรื่อง Broad Spectrum ด้วย กล่าวคือสารจะถูกแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าแล้วจึงถูกส่งออกไป ดังนั้น กระบวนการของระบบจึงเป็นลักษณะเดียวกับระบบโทรสาร

ข้อมูลนำเข้าและข้อมูลผลลัพธ์จากระบบไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ อาจปรากฏในรูปของ Video Terminal, Word Processor, โทรสาร, Data Terminal Computer Vision และระบบการสื่อสารด้วยเสียง การส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์จำเป็นต้องอาศัยข่ายงานโทรคมนาคม ไปรษณีย์ อิเล็คทรอนิกส์ที่มีข้อความสำคัญและประสงค์การส่งอย่างรวดเร็ว อาจกระทำได้โดยส่งผ่านออกไปในรูปแบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ผ่านข่ายงานข้อมูลที่เรียกว่า Computerize Switching System



รูปแสดงการประชุมทางไกล

การประชุมทางไกล (Teleconference) เป็นรูปแบบการสื่อสารหรือการประชุมระหว่างคนหลายๆ คน โดยไม่ต้องอยู่ต่อหน้ากัน และใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นกลไกสำคัญในการสื่อสาร การประชุมทางไกลมี 3 วิธีการ คือ
1) การประชุมทางไกลด้วยเสียงและภาพ
2) การประชุมทางไกลด้วยเสียง
3) การประชุมทางไกลด้วยคอมพิวเตอร์ จะใช้คอมพิวเตอร์ส่งสาระของการประชุมระหว่างกัน ผ่านระบบออนไลน์




ที่มาของข้อมูล: http://dusithost.dusit.ac.th/~librarian/it107/C8.htm,%20http://www.pbj.ac.th/IT11/C8.htm,%20นายอุทัยhttp://www.pbj.ac.th/IT11/C8.htm, นายอุทัย เซ่งอั้น โรงเรียนพนมเบญจา พ.ศ.2550